Home บทสัมภาษณ์ Hey! Coffee จากโปรกอล์ฟสู่โปรคอฟ(ฟี) จุดเปลี่ยนชีวิตคือ “กาแฟ”

Hey! Coffee จากโปรกอล์ฟสู่โปรคอฟ(ฟี) จุดเปลี่ยนชีวิตคือ “กาแฟ”

4717
Hey Coffee

Hey Coffee จากโปรกอล์ฟสู่โปรคอฟ(ฟี) จุดเปลี่ยนชีวิตคือ “กาแฟ”

คุณ อภินัย วรรณไพโรจน์ (ก็อด) เจ้าของร้าน Hey! Coffee จากจุดเริ่มต้นที่อยากมีรายได้เสริมจากอาชีพหลัก จึงคิดจะทำร้านกาแฟที่แตกต่างจากร้านกาแฟทั่วไป เพราะคิดว่าขายกาแฟเหมือนคนอื่นก็คงขายยาก จนกระทั่งได้สาขาแรกที่พระราม 9 ซึ่งเป็นทำเลที่ดีและได้ผลตอบรับดี ทำให้ได้เรียนรู้ว่าทำเลดีส่งผลให้ยอดขายดี จึงเริ่มขยายสาขาไปจนถึงสาขาที่ 3 ตอนนั้นคุณก็อดก็ยังไม่ได้จริงจังกับกาแฟมากนัก และยังไม่เคยได้ลิ้มลองกาแฟแบบเป็นการเป็นงาน กระทั่งวันหนึ่งคุณก็อดก็ได้พบกับ “กาแฟที่เปลี่ยนชีวิต”

กาแฟที่เปลี่ยนมุมมองของคุณก๊อดคือ Specialty Coffee ถูกเสิร์ฟมาในปริมาณเลยครึ่งแก้วมานิดเดียว แต่เป็นกาแฟที่คนคนนั้นชงมีการโดสทุกแก้ว แล้วค่อย ๆ ทำทีละแก้ว ทำให้รสชาติออกมาแตกต่างจากกาแฟที่คุณด็อดเคยดื่มมา ทั้งรสชาติที่ไม่ได้ขมเพียงอย่างเดียว แต่มีรสเปรี้ยว หวานของกาแฟอีกด้วย

ซึ่งพอถามว่าทำไมเสิร์ฟกาแฟน้อยจัง คนชงก็เลยถามกลับมาว่า ต้องการดื่มกาแฟอร่อย หรือ ต้องการดื่มเยอะ ๆ เพราะที่เขาเสิร์ฟมันคือความลงตัวของกาแฟ นม และปริมาณน้ำแข็งที่ทำให้กาแฟอร่อยที่สุดแล้ว มันเลยทำให้คุณก๊อดเกิดแรงบรรดาลใจที่จะทำกาแฟแบบนี้บ้าง

เมื่อเกิดความสนุกในการทำงาน เกิดความรักในการเป็นบาลิสต้าก็ทำให้คุณก็อดเกิด passion ขึ้นมา และได้เริ่มคั่วกาแฟในร้านเอง เพื่อที่จะได้ควบคุมรสชาติและคุณภาพให้ออกมาตามที่ต้องการได้

หลังจากคั่วกาแฟได้พักใหญ่ คุณก็อดก็อยากที่จะเติบโตมากยิ่งขึ้น โดยการไปศึกษา Q Grader เป็นหลักสูตรที่สร้างผู้ชิมกาแฟ ที่จะสามารถให้คะแนนกาแฟแต่ละแบบว่าตัวนี้ดีหรือไม่ดีอย่างไร โดยเปลี่ยนข้อมูลเชิงคุณภาพ เช่น ความอร่อย ความหอม ความหวานหรือความเปรี้ยวให้กลายเป็นตัวเลขทั้งหมด

ดังนั้น Specialty Coffee คือกาแฟที่ผ่านการให้คะแนนจาก Q Grader 3 คน ซึ่งต้องได้คะแนนเกินกว่า 80 คะแนนขึ้นไป จึงจะถือว่าเป็น Specialty Coffee ซึ่งจะถูกส่งต่อไปขายในสมาคมกาแฟพิเศษต่อไป

เพราะปัจจุบันนี้คนไม่ได้อยากดื่มแค่กาแฟตามการตลาดที่ผ่านตาพวกเขาเท่านั้น ลูกค้าไม่ได้ต้องการแค่ตื่น หรือตาสว่างจากการดื่มกาแฟ แต่ต้องการรู้เรื่องราวของกาแฟแก้วนั้น ๆ อยากรู้แม้กระทั่งใครเป็นคนชงออกมาด้วยซ้ำ

ตัวคุณก็อดเองก็มาคลุกคลีกับร้านของตัวเองมากขึ้น ซึ่งคุณก็อดเองก็คิดว่าตัวเองยังต้องเรียนรู้ต่อไปเรื่อย ๆ และมีความคิดว่ากาแฟที่รสชาติดี มันขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนมากกว่า เพราะอย่างอาหารบางประเทศก็ไม่ถูกปากเรา แต่ก็ไม่ได้แปลว่าอาหารจานนั้นไม่ด้ ร้าน Hey Coffee จึงไม่ได้ทำกาแฟที่ดี แต่เป็นการหากาแฟที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละคนมากกว่า

เจ้าที่ฟังเรื่องราวของคุณก็อดมา ผมว่าใครก็ตามที่อยู่ในธุรกิจร้านอาหารน่าจะนำแนวคิดของคุณก็อดไปปรับใช้ได้นะครับ แม้คุณก็อดจะทำกาแฟ แต่ก็ไม่ต่างกับอาหารที่หลาย ๆ ท่านกำลังทำแน่นอนครับ

การใส่ใจในวัตถุดิบ รวมไปถึงการใส่ใจกับความต้องการของลูกค้า ทำให้เราแตกความคิดในการนำเสนอตัวตนของธุรกิจร้านอาหารของเรา ผ่านรสชาติอาหาร ผ่านการตกแต่งร้าน หรือเรื่องราวที่จะนำไปทำการตลาดได้ในที่สุด

คุณก็อดยังเป็นตัวอย่างของเจ้าของกิจการ ที่รักการเรียนรู้และพร้อมจะเติบโตอยู่ตลอดเวลา หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหาร สิ่งหนึ่งที่คุณจะลืมไม่ได้เลยก็คือ การเรียนรู้ต่อไปเรื่อย ๆ เพราะร้านคุณก็จะเติบโตเหมือนกับความคิด และมุมมองที่เพิ่มขึ้นของคุณเช่นกัน

 

📌 ติดตามข่าวสารธุรกิจร้านอาหาร
Facebook : Torpenguin
Instargram : torpenguin
TikTok : torpenguin
Youtube : Torpenguin

📌 อ่านต่อบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

กานเวลา คราฟต์ช็อกโกแลตเชียงใหม่ ผลผลิตของเกษตรกรไทย ไปไกลถึงระดับโลก

บ้านอาจ้อ ร้าน MICHELIN ที่ไม่ได้มีดีแค่อาหาร แต่ดีต่อชุมชน

น้ำเต้าหู้ปูปลา ร้านน้ำเต้าหู้แนวใหม่ ส่งมอบความสุขในความทรงจำแบบครบเครื่อง

คุยกับ เจนลูกสาวป้าดำ คาเฟ่ที่มีแบรนด์ดิ้งอยู่ในทุกอณูของร้าน

ถอดความสำเร็จ The Bridge Bistro & Office Space เปิดคาเฟ่ชานเมืองให้ดึงดูดลูกค้า